1. เกริ่นนำ (Introduction)
ท่าเรือจุกเสม็ดไม่ได้เป็นเพียงที่จอดเรือ แต่คือ “เส้นเลือดใหญ่” ของการส่งกำลังบำรุง ทั้งน้ำมันและสรรพาวุธ ความเสี่ยงเพียงนิดเดียวอาจหมายถึงความเสียหายมหาศาล ปีนี้ การท่าเรือสัตหีบ ฐานทัพเรือสัตหีบ จึงได้ยกเครื่อง “กระบวนการควบคุมอัคคีภัย” ใหม่ จนกลายเป็น Best Practice ประจำปี 2567 ที่การันตีว่า “ทุกวินาทีคือความปลอดภัย”
2. เนื้อหาหลัก (Content)
หัวใจสำคัญของกระบวนการใหม่ คือการปิดช่องโหว่และเพิ่มความรวดเร็วในการตอบสนอง:
- Mobile Team เข้าถึงใน 3 นาที: ทันทีที่รับแจ้งเหตุ ชุดเคลื่อนที่เร็วจะถึงหน้างานเพื่อประเมินสถานการณ์และระงับเหตุเบื้องต้น ก่อนที่รถดับเพลิงใหญ่จะตามมาสมทบ ตัดวงจรไฟไม่ให้ลุกลาม
- เรือลากจูง = รถดับเพลิงทางน้ำ: ใช้ศักยภาพของเรือลากจูงที่มีปืนฉีดน้ำแรงดันสูง เข้าสกัดเพลิงจากด้านทะเล ซึ่งรถดับเพลิงเข้าไม่ถึง
- เครือข่ายความปลอดภัย: เมื่อเกิดเหตุเกินกำลัง มีผังการประสานงานที่ชัดเจน (Call Tree) ดึงรถดับเพลิงและกู้ภัยจากเทศบาลและหน่วยงานข้างเคียงกว่า 10 หน่วยงานมารุมดับไฟได้ทันทีโดยไม่ต้องรออนุมัติซ้ำซ้อน
3. สิ่งที่ได้เรียนรู้ (Key Insight)
“ซ้อมให้เหมือนรบ รบให้เหมือนซ้อม” คือกุญแจความสำเร็จ
- การท่าเรือฯ ไม่ได้แค่วางแผนบนกระดาษ แต่มีการซ้อมจริงทั้งภาคกลางวันและกลางคืน ร่วมกับหน่วยงานภายนอก ทำให้เมื่อเกิดเหตุจริง (Scenario) ทุกคนรู้หน้าที่ ไม่เกิดความโกลาหล
- การนำมาตรฐาน ISO มาจับ ทำให้กระบวนการมีความเป็นสากล สร้างความเชื่อมั่นให้กับเรือรบต่างชาติที่แวะมาเยือน
4. บทสรุป (Conclusion)
อุบัติเหตุอัคคีภัยอาจป้องกันไม่ได้ 100% แต่เราสามารถ “ควบคุม” ความเสียหายได้ด้วยการเตรียมพร้อมที่ดีที่สุด กระบวนการควบคุมอัคคีภัยของท่าเรือจุกเสม็ด คือเครื่องพิสูจน์ว่า กองทัพเรือไม่เคยประมาทและพร้อมปกป้องทรัพยากรของชาติให้ปลอดภัยในทุกสถานการณ์
Download=>BP-กระบวนการควบคุมอัคคีภัยในเขตท่าเรือจุกเสม็ด กทส.ฐท.สส. 2567 (5370 downloads )