ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารเป็นทรัพยากรเชิกกลยุทธ์ที่สำคัญยิ่ง การบริหารจัดการองค์ความรู้ (Knowledge Management: KM) ที่มีประสิทธิภาพ จึงเป็นปัจจัยชี้วัดความสำเร็จขององค์กร กองทัพเรือ โดย สำนักงานปลัดบัญชีทหารเรือ (สปช.ทร.) ได้เล็งเห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการสร้างศูนย์กลางข้อมูลดิจิทัล เพื่อรองรับการค้นคว้า จัดเก็บ และเผยแพร่องค์ความรู้ของหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือ (นขต.ทร.) อย่างเป็นระบบ เพื่อให้การส่งต่อภูมิปัญญาและการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ (Best Practices) เกิดประโยชน์สูงสุดทั่วทั้งองค์กร
เส้นทางการพัฒนาระบบเว็บไซต์ KM นี้ ได้ผ่านวิวัฒนาการและการเรียนรู้ที่สำคัญ ดังนี้:
1. ระยะเริ่มต้น: การวางรากฐานและการทดสอบแนวคิด (Proof of Concept)

- สภาพปัญหาเดิม: ในอดีต ระบบการจัดเก็บข้อมูล KM ของ นขต.ทร. ยังขาดความเป็นเอกภาพ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders) หรือหน่วยเจ้าของความรู้ ไม่สามารถดำเนินการบริหารจัดการข้อมูลได้ด้วยตนเอง การนำเข้าข้อมูลเอกสารต่างๆ จำเป็นต้องดำเนินการผ่านผู้ดูแลระบบ (Admin) ของหน่วยงานภายใน สปช.ทร. ซึ่งทำให้เกิดความล่าช้าและไม่คล่องตัว
- จุดเริ่มต้นแห่งการเปลี่ยนแปลง: ในปีงบประมาณ 2567 กองพัฒนาระบบบริหารงาน สำนักพัฒนาระบบราชการ สำนักงานปลัดบัญชีทหารเรือ (กพบ.สพร.สปช.ทร.) โดยการริเริ่มของ รอง ผอ.กพบ.สพร.ทร. (ในสมัย น.อ.อุดมศิน ผิวแดง) ได้นำเสนอวิสัยทัศน์และความต้องการในการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว และมอบหมายให้ กองสารสนเทศจัดการทรัพยากร (กสทจ.สปช.ทร.) เป็นผู้ดำเนินการทดสอบและพัฒนาระบบต้นแบบ (Mockup)
- สถาปัตยกรรมระบบระยะแรก: กสทจ.สปช.ทร. ได้พัฒนาระบบต้นแบบโดยเลือกใช้เทคโนโลยีที่สามารถขึ้นรูปงานได้รวดเร็ว ประกอบด้วย:
- Framework: ใช้ WordPress เป็นโครงสร้างหลักในการบริหารจัดการเนื้อหา
- Theme: ใช้ธีม “Colormag” ในการจัดวางรูปแบบการนำเสนอ
- Infrastructure: ติดตั้งบนระบบปฏิบัติการ Windows Server 2021 โดยใช้ IIS (Internet Information Services) เป็น Web Server และใช้ใบรับรองความปลอดภัยอิเล็กทรอนิกส์ (SSL) แบบไม่มีค่าใช้จ่าย
- ผลการทดสอบระยะแรก: ระบบต้นแบบสามารถตอบสนองการใช้งานพื้นฐานได้ในระดับที่น่าพอใจ อย่างไรก็ตาม ได้พบข้อจำกัดทางเทคนิคที่สำคัญ คือระบบไม่สามารถรองรับการอัปโหลดไฟล์บางประเภทได้โดยตรง จำเป็นต้องแก้ไขด้วยการอัปโหลดผ่านระบบหลังบ้าน (Manual Upload) ซึ่งยังไม่ตอบโจทย์การใช้งานแบบบริการตนเอง (Self-Service) อย่างสมบูรณ์
2. การเผชิญวิกฤตและการยกระดับสู่มาตรฐานความปลอดภัย
การเดินทางสู่ระบบที่สมบูรณ์แบบต้องเผชิญกับบททดสอบสำคัญ เมื่อนำระบบเข้าสู่การใช้งานจริง ซึ่งนำไปสู่การปรับปรุงโครงสร้างครั้งใหญ่ เพื่อให้มั่นใจในความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลกองทัพเรือ
- วิกฤตภัยคุกคามทางไซเบอร์: ภายหลังการเปิดทดสอบระบบด้วยข้อมูลจริงระยะหนึ่ง ระบบได้ตกเป็นเป้าหมายการโจมตีด้วยมัลแวร์ (Malware) จากหน่วยงานภายนอก ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและความปลอดภัยของข้อมูล เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้มีความจำเป็นต้องปิดระบบชั่วคราวเพื่อระงับความเสียหายและดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วน
- บูรณาการความร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหา: สปช.ทร. ได้รับการสนับสนุนทางเทคนิคที่สำคัญยิ่งจาก กองปฏิบัติการไซเบอร์ ศูนย์ไซเบอร์กองทัพเรือ กรมการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศทหารเรือ (กปซ.ศซบ.สสท.ทร.) โดย ร.อ.สมคิด เตปินตา นายทหารปฏิบัติการไซเบอร์ ได้เข้ามาให้คำปรึกษา วิเคราะห์สาเหตุ และแนะนำแนวทางการแก้ไขปัญหาระบบความปลอดภัยไซเบอร์เชิงรุก
- การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์สู่การเปลี่ยนแปลง: แม้จะมีการปรับปรุงแพตช์ (Update Patch) เพื่ออุดช่องโหว่ตามคำแนะนำแล้ว แต่ระบบยังคงเผชิญกับการโจมตีซ้ำอย่างต่อเนื่อง จึงนำไปสู่การตัดสินใจครั้งสำคัญในการยุติการใช้สถาปัตยกรรมเดิม และเปลี่ยนไปใช้ระบบปฏิบัติการ Linux ตามข้อแนะนำของ ศซบ.สสท.ทร. เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยและการใช้งานของกองทัพเรือ
- การปรับปรุงโครงสร้างระบบใหม่ (Re-engineering): ปัจจุบัน ระบบได้ถูกย้ายและพัฒนาใหม่บนสถาปัตยกรรมที่เน้นประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงสุด:
- Server OS: เปลี่ยนมาใช้ Linux Server ในรูปแบบ Textmode ซึ่งใช้ทรัพยากรเครื่องแม่ข่ายน้อยลง แต่ให้เสถียรภาพสูงขึ้น
- Theme Engine: เปลี่ยนจากการใช้ธีมสำเร็จรูป มาใช้ “GeneratePress” ซึ่งเป็นโครงสร้างที่เบา กระชับ ส่งผลให้การประมวลผลและแสดงผลหน้าเว็บไซต์ทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
- Coding Optimization: ปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดการ Interface ส่วนใหญ่มาใช้การเขียนโค้ด (Coding) แทนการพึ่งพา Plugin สำเร็จรูป ลดภาระการทำงานของ Server ทำให้การโหลดหน้าเว็บเพจมีความรวดเร็วและคล่องตัว
- การถ่ายโอนข้อมูล: ดำเนินการย้ายฐานข้อมูลองค์ความรู้เดิม เข้าสู่ระบบใหม่ที่แข็งแกร่งกว่าเดิมได้เป็นผลสำเร็จ

3. สถานะปัจจุบันและก้าวต่อไป
จากการฝ่าฟันอุปสรรคและการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง วันนี้ เว็บไซต์ KM ของ สปช.ทร. มีความพร้อมทั้งในด้านเสถียรภาพและความปลอดภัย เพื่อเป็นฐานข้อมูลกลางที่สำคัญของกองทัพเรือ
- ขณะนี้ (ม.ค.69) ทีมงานกำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนาและทดสอบระบบงานส่วนต่อขยายที่เกี่ยวข้องกับงาน KM ขั้นสูง เช่น การพัฒนาระบบ “KM Landscape” เพื่อแสดงภาพรวมความสัมพันธ์ขององค์ความรู้ในมิติต่างๆ ซึ่งจะช่วยให้การค้นหาและใช้ประโยชน์จากความรู้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด สอดรับกับวิสัยทัศน์การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของกองทัพเรือในอนาคต