ในวันอังคารที่ 13 มกราคม 2569 ณ ห้องประชุม สปช.ทร.1 สำนักงานปลัดบัญชีทหารเรือ (สปช.ทร.) ได้จัดกิจกรรม “พี่สอน น้องเล่า” ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ (Knowledge Transfer) จากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง และสร้างความเข้าใจในภาพรวมของ “วงจรงบประมาณ” ที่เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ในการขับเคลื่อนกองทัพเรือ
การบรรยายในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการท่องจำระเบียบ แต่เป็นการเจาะลึกถึง “บทเรียนและความท้าทาย” จากประสบการณ์จริงของผู้บริหารทั้ง 3 ส่วนงานหลัก ได้แก่ กองแผน (ต้นน้ำ), กองบริหารงบประมาณ (กลางน้ำ) และ กองตรวจสอบ (ปลายน้ำ) เพื่อให้กำลังพลเข้าใจว่า การบริหารงบประมาณไม่ใช่หน้าที่ของคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นภารกิจที่ต้องสอดประสานกันอย่างลงตัว
3 บทเรียนจาก 3 วิทยากร



- ด้านการจัดทำแผนงปประมาณ โดย น.อ.อธิพันธ์ สิงหอุบล รอง ผอ.กผท.สงป.สปช.ทร.
- ด้านการบริหารงบประมาณ โดย น.อ.ไชยยา ไชยแสนทา ผอ.กผท.สงป.สปช.ทร.
- ด้านการเร่งรัดติดตามประเมินผล โดย น.อ.พีรพัฒน์ แสงจิรัง ผอ.กกล.สปช.ทร.
1. มิติการวางแผน (Planning): มองให้ไกลและเตรียมใจสำหรับสิ่งที่แย่ที่สุด


น.อ.อธิพันธ์ สิงหอุบล (รอง ผอ.กผท.สงป.สปช.ทร.) ได้ชี้ให้เห็นว่า นักวางแผนที่ดีต้องไม่อยู่กับปัจจุบัน แต่ต้องมีวิสัยทัศน์ครอบคลุมระยะเวลา 5 ปี คือ อดีต 2 ปี ปัจจุบัน 1 ปี และอนาคต 2 ปี เพื่อให้ตอบคำถามฝ่ายบริหารและรัฐสภาได้อย่างแม่นยำ
อย่ามองบวก (Don’t view positively) ให้มองโลกในแง่ร้ายเพื่อเตรียมทางหนีทีไล่
การทำคำของบประมาณ ไม่ใช่การเชื่อมั่นในคำสัญญาปากเปล่า แต่ต้องบริหารความเสี่ยง (Risk Management) หากสถานการณ์ไม่เป็นไปตามแผน เช่น หากงบประมาณถูกตัด หรือโครงการล่าช้า เราจะมีแผนสำรอง (Plan B) อย่างไร เพื่อให้ภารกิจของกองทัพเรือยังดำเนินต่อไปได้
2. มิติการบริหาร (Management): ศิลปะแห่งความยืดหยุ่นท่ามกลางความขาดแคลน


น.อ.ไชยยา ไชยแสนทา ผอ.กผท.สงป.สปช.ทร. (อดีต ผอ.กงป.สงป.สปช.ทร.) เปรียบเทียบไว้อย่างน่าสนใจว่า “กองแผนเหมือนคนแต่งเพลง แต่กองบริหารงบคือคนเล่นดนตรี” ซึ่งจังหวะดนตรีหน้างานจริงมักไม่ได้ราบรื่นตามโน้ตที่เขียนไว้เสมอไป
งานถูกคือ ถูกต้องตามแผน ถูกต้องตามระเบียบ และถูกต้องตามนโยบาย
ความท้าทายคลาสสิกคือ “งบไม่พอจ่าย” โดยเฉพาะค่าสาธารณูปโภค (ไฟฟ้า/น้ำประปา) และน้ำมันเชื้อเพลิงที่มักได้รับจัดสรรต่ำกว่าความเป็นจริง การบริหารจึงต้องใช้ศิลปะในการเกลี่ย “เงินเหลือจ่าย” จากส่วนอื่น หรือการบริหาร “งบฉุกเฉิน (Unforeseen)” เพื่อมาอุดรอยรั่วเหล่านี้ให้ทันเวลา โดยไม่ขัดต่อระเบียบราชการ
3. มิติการตรวจสอบ (Audit): ความคุ้มค่าที่วัดด้วย “อายุขัย” ไม่ใช่แค่ “ใบเสร็จ


น.อ.พีรพัฒน์ แสงจริง ผอ.กกล.สปช.ทร. (อดีต ผอ.กตป.สงป.สปช.ทร.) เน้นย้ำเรื่องการเปลี่ยนมุมมองจากการตรวจเอกสาร เป็นการตรวจ “ความคุ้มค่าของผลสัมฤทธิ์” (Value for Money) และตระหนักถึงภาระผูกพันระยะยาว
เรามักสร้างสิ่งอำนวยความสะดวก แต่ลืมคิดถึงงบดูแลรักษา
ขยายความและตัวอย่าง: กรณีศึกษาการสร้าง “สระว่ายน้ำ” หรือ “อาคารที่พักอาศัย” ที่เมื่อสร้างเสร็จแล้วกลับทรุดโทรมเร็วเพราะไม่มีงบประมาณสำหรับการซ่อมบำรุง (Maintenance) รองรับ หรือการติดตั้ง Solar Rooftop ที่ต้องคำนึงถึงค่าแบตเตอรี่และการดูแลรักษาในอนาคต ไม่ใช่แค่ติดตั้งเพื่อให้ผ่านเกณฑ์อาคารอนุรักษ์พลังงานเท่านั้น
บทสรุป
กิจกรรม “พี่สอน น้องเล่า” ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่า การบริหารงบประมาณที่มีประสิทธิภาพ ต้องเกิดจากการบูรณาการของทั้ง 3 ส่วน คือ “แผนที่รอบคอบ” (กองแผน) ส่งไม้ต่อให้ “การบริหารที่ยืดหยุ่น” (กองบริหารงบ) และปิดท้ายด้วย “การตรวจสอบที่มุ่งเน้นความยั่งยืน” (กองตรวจสอบ) ความท้าทายในอนาคตของกองทัพเรือ ไม่ใช่เพียงแค่การหาเงินมาให้ได้มากที่สุด แต่คือการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิด “ความคุ้มค่าสูงสุด” โดยนำเทคโนโลยีสารสนเทศ (Data & ERP) เข้ามาช่วยลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มความแม่นยำ เพื่อให้ทุกบาททุกสตางค์ตอบโจทย์ภารกิจความมั่นคงของชาติได้อย่างแท้จริง



กิจกรรม “พี่สอน น้องเล่า” ในครั้งนี้ นับเป็นโมเดลการเรียนรู้ที่ทรงพลังและประสบความสำเร็จอย่างงดงาม เพราะเนื้อหาที่นำมาเล่าขานไม่ได้มาจากตำราเล่มใด แต่กลั่นกรองมาจาก “ประสบการณ์จริง” ของผู้ปฏิบัติงาน (Real-world Practitioners) ที่ถ่ายทอดสู่เพื่อนร่วมงานแบบ “ไม่มีกั๊ก” ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความตื่นตัว มีการสอบถามและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization)






นอกจากสาระที่เข้มข้น ไฮไลต์สำคัญที่ช่วยเติมสีสันให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา คือกุศโลบายของ กองพัฒนาระบบบริหารงาน (ผู้จัดกิจกรรม) ที่สร้างการมีส่วนร่วมด้วยกิจกรรม “จับฉลากมอบของรางวัล” ให้แก่ผู้โชคดีที่เข้าร่วมฟังบรรยาย ทั้งในช่วงพักเบรกและช่วงท้ายกิจกรรม เรียกได้ว่ากิจกรรมนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ “ความรู้” ที่อัดแน่นเพื่อนำไปพัฒนางานเท่านั้น แต่ยังมอบ “ความสนุกสนาน” และรอยยิ้ม สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างพี่น้องชาว สปช.ทร. ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นอีกด้วย