เกราะเหล็กดิจิทัล: พลิกเกม “รับ” ให้เป็น “รุก” ด้วย MITRE D3FEND ยุทธวิธีป้องปรามภัยไซเบอร์ฉบับกองทัพเรือ

เมื่อโลกดิจิทัลไม่ใช่แค่ “ทางเลือก” แต่คือ “สมรภูมิ” หลักที่ไม่อาจมองข้าม เมื่อวันที่ 14 – 16 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์สมุททานุภาพ กองทัพเรือ (ต.บางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี) จึงได้เกิดเวทีสำคัญในการสัมมนา “การพัฒนาขีดความสามารถด้านไซเบอร์ ของ ทร. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 โดย AdminTee เป็นผู้แทน สปช.ทร. เข้าร่วมสัมมนาดังกล่าว

ไฮไลต์สำคัญที่ AdminTee อยากหยิบยกมาเล่า คือการบรรยายหัวข้อ “กรอบแนวทางการป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ (MITRE D3FEND)” ในช่วงเช้าของวันที่ 14 ม.ค.69 โดย คุณปิยชาติ วิสุทธิอารีย์รักษ์ ผู้เชี่ยวชาญจากสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช. หรือ NCSA) ที่มาเปิดมุมมองใหม่ เปลี่ยนจากความหวาดกลัวเป็นความเข้าใจ และเปลี่ยนจากการตั้งรับแบบเดิมๆ เป็นการป้องกันที่มีชั้นเชิง โดยสรุปเป็น 3 ช่วง ดังนี้


1. รู้ทันภัยร้าย: เมื่อ “แอปดูดเงิน” และ “Ransomware” ไม่ไกลตัวอย่างที่คิด

ก่อนจะไปถึงวิธีป้องกัน เราต้องรู้ก่อนว่าศัตรูมาไม้ไหน วิทยากรได้สะท้อนภาพสถานการณ์ภัยคุกคามที่น่าตกใจ ทั้งสถิติการโจมตีด้วย Ransomware (มัลแวร์เรียกค่าไถ่) ที่พุ่งสูงขึ้น และเทคนิคใหม่ๆ ที่เราอาจคาดไม่ถึง

  • กลลวงแอปดูดเงิน (Money Sucking App): ไม่ได้ดูดเงินทันทีที่กดลิงก์ แต่มันคือ “ศิลปะแห่งการหลอกลวง”
    1. ล่อลวง: ส่ง SMS หรือโทรมา อ้างเป็นหน่วยงานรัฐ/เอกชน (เช่น การไฟฟ้า, ขนส่ง)
    2. ตีเนียน: ให้แอด Line คุยกับเจ้าหน้าที่ปลอม แล้วส่งลิงก์ให้โหลดแอปฯ (นอก App Store/Play Store) +1
    3. ยึดเครื่อง: หลอกให้เรากด “อนุญาต” (Allow) สิทธิ์การเข้าถึงเครื่อง
    4. ขโมยรหัส: หลอกให้ตั้งรหัสผ่าน (PIN) ซึ่งคนส่วนใหญ่มักใช้รหัสเดียวกับแอปธนาคาร
    5. ปิดตา: หน้าจอเหยื่อจะค้าง หรือขึ้นว่า “กำลังโหลด” แต่เบื้องหลังโจรเห็นหน้าจอเราทุกอย่าง และกำลังโอนเงินออกไป
  • เว็บราชการกลายเป็นเว็บพนัน: ปัจจุบันพบเว็บไซต์หน่วยงาน (.go.th / .ac.th) ถูกเจาะเพื่อฝังลิงก์เว็บพนันออนไลน์ หรือเปลี่ยนหน้าเว็บ (Defacement) จำนวนมาก เพราะตั้งค่าความปลอดภัยไม่รัดกุม

2. พลิกตำราสู้: จาก ATT&CK (คัมภีร์โจร) สู่ D3FEND (คัมภีร์ต้าน) หากเปรียบการรบทางทหาร เรามีตำราพิชัยสงคราม ในโลกไซเบอร์ก็เช่นกัน

  • MITRE ATT&CK: คือคู่มือที่รวบรวม “ท่าไม้ตายของแฮกเกอร์” (Tactics & Techniques) ว่ามันเจาะเข้ามาอย่างไร
  • MITRE D3FEND: คือคู่มือแก้ทาง เป็น “ท่าไม้ตายของฝ่ายป้องกัน” ที่ออกแบบมาเพื่อบล็อกการโจมตีเหล่านั้นโดยเฉพาะ

หลักการคือ: เราไม่จำเป็นต้องรอให้ถูกโจมตี แต่เราสามารถออกแบบระบบให้ “แข็งแกร่ง” และ “ดักทาง” ได้ล่วงหน้า


3. 6 กลยุทธ์ D3FEND สร้างป้อมปราการดิจิทัล วิทยากรได้สรุป 6 หัวใจหลักของ D3FEND ที่เปรียบเสมือนกำแพง 6 ชั้นของกองทัพ ดังนี้

  1. Model (รู้จักบ้านตัวเอง): รู้ว่าเรามีคอมพิวเตอร์กี่เครื่อง มีข้อมูลสำคัญอะไรบ้าง ถ้าไม่รู้ว่ามีอะไร ก็ปกป้องไม่ได้ +1
  2. Harden (เสริมเกราะให้แกร่ง): ปิดช่องโหว่พื้นฐาน
    • รหัสผ่าน: เลิกใช้ 123456 หรือ password เดี๋ยวนี้! (แฮกได้ใน 1 วินาที) ควรใช้รหัสยาวๆ ผสมตัวเลข/อักษร
    • MFA (Multi-Factor Authentication): การยืนยันตัวตน 2 ชั้น สำคัญมาก แม้โจรได้รหัสไป แต่ถ้าไม่มี OTP หรือการกดอนุมัติที่มือถือเรา ก็เข้าไม่ได้
  3. Detect (ตาไว สังเกตการณ์): ติดตั้งระบบตรวจจับความผิดปกติ ไม่ใช่รอให้ข้อมูลหายแล้วค่อยรู้ตัว วิเคราะห์ Log การใช้งานอยู่เสมอ
  4. Isolate (ตัดไฟแต่ต้นลม): การแยกเครือข่าย (Network Segmentation) หากเครื่องหนึ่งโดนไวรัส ต้องไม่ให้ลามไปเครื่องอื่น เหมือนการปิดประตูเรือกันน้ำเข้าห้องอื่น
  5. Deceive (ลวงข้าศึก): การสร้างกับดัก (Honeypot) หรือข้อมูลปลอม เพื่อหลอกให้แฮกเกอร์หลงทางและเผยตัวตน
  6. Evict & Restore (กำจัดและกู้คืน): เมื่อโดนเจาะ ต้องรู้วิธี “ถีบ” แฮกเกอร์ออกจากระบบ (Evict) และกู้คืนข้อมูล (Restore)
    • Backup คือพระเจ้า: แต่ต้อง Backup แบบ Offline ด้วย เพราะถ้าเสียบ Harddisk คาไว้ตอนโดน Ransomware ข้อมูลสำรองก็จะโดนล็อกไปด้วย

บทสรุป

“ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ไม่ใช่ความสะดวกสบาย แต่คือความจำเป็น” การสัมมนาครั้งนี้ย้ำเตือนชาว ทร. ว่าภัยคุกคามไม่ได้มาในรูปแบบของการพังประตูเมือง แต่มาผ่านสายเคเบิลและสัญญาณไร้สาย การประยุกต์ใช้กรอบ MITRE D3FEND คือกุญแจสำคัญที่จะเปลี่ยนเราจาก “เป้านิ่ง” ให้กลายเป็น “ป้อมปราการ” ที่พร้อมรับมือทุกสถานการณ์ และหากหน่วยงานใดพบเหตุผิดปกติ สามารถปรึกษา ThaiCERT (สกมช.) ได้ทันทีครับ


เอกสารประกอบการบรรยาย- กรอบแนวทางการปองกัน ภัยคุกคามทางไซเบอร์ (MITRE D3FEND) (8702 downloads )