สรุปสาระสำคัญการสัมมนาฯ: เจาะลึกกลุ่มแฮกเกอร์ระดับชาติ (APT) และสถานการณ์ไซเบอร์ตามแนวชายแดน

ขอรายงานผลการเข้าร่วม “การสัมมนาพัฒนาขีดความสามารถด้านไซเบอร์ของกองทัพเรือ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569” ณ ศูนย์สมุททานุภาพกองทัพเรือ ซึ่งเนื้อหาในวันนี้มีความเข้มข้นและสำคัญต่อความมั่นคงของหน่วยงานเราเป็นอย่างยิ่งครับ

ในช่วงเช้าที่ผ่านมา เราได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับกรอบแนวทางการป้องกันภัยคุกคาม (ท่านสามารถอ่านสรุปย้อนหลังได้ที่ MITRE D3FEND: ยุทธวิธีป้องกันภัยไซเบอร์สำหรับ ทร.) และแนวทางการจัดทำกระบวนการตอบสนองภัยคุกคาม (รายละเอียดที่ NIST Cybersecurity Framework 2.0) กันไปแล้ว

สำหรับในส่วนถัดมา วิทยากรได้เจาะลึกในหัวข้อ “กลุ่มแฮกเกอร์ APT ที่สำคัญ” และ “สถานการณ์ด้านไซเบอร์กรณีพิพาทตามแนวชายแดน” ซึ่ง AdminTee ได้สรุปประเด็นสำคัญและเรียบเรียงใหม่เพื่อให้เข้าใจง่าย ดังนี้ครับ


ภัยคุกคามระดับสูง (APT) และกรณีศึกษา

จากการบรรยายโดยวิทยากร ทำให้เราเห็นภาพชัดเจนว่า “แฮกเกอร์” ในปัจจุบันไม่ได้มีเพียงแค่อาชญากรที่หวังเงินทอง แต่มีกลุ่มที่เป็นหน่วยปฏิบัติการลับของรัฐบาล ซึ่งเราเรียกว่า APT (Advanced Persistent Threat) โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจ ดังนี้ครับ

1. นิยามและความแตกต่างของกลุ่ม APT กลุ่ม APT ถือเป็นภัยคุกคามระดับสูงสุด แตกต่างจากแฮกเกอร์ทั่วไปหรือมือสมัครเล่น (Script Kiddies) อย่างสิ้นเชิง โดยมีองค์ประกอบหลัก 3 ประการ คือ:

  • A – Advanced (ความก้าวหน้า): ใช้เครื่องมือเจาะระบบที่มีความซับซ้อนสูง และมักใช้ช่องโหว่ใหม่ที่ยังไม่มีการเปิดเผย (Zero-day)
  • P – Persistent (ความต่อเนื่อง): เน้นการฝังตัวอยู่ในระบบเป้าหมายอย่างเงียบเชียบเป็นเวลานาน (ระดับเดือนหรือปี) เพื่อดึงข้อมูลข่าวกรองอย่างต่อเนื่อง
  • T – Threat (ภัยคุกคาม): ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล (State-sponsored) ทั้งด้านงบประมาณ กำลังพล และข้อมูลข่าวกรอง โดยมีเป้าหมายเพื่อความมั่นคงและการเมือง ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน

2. กลุ่มมหาอำนาจไซเบอร์และพฤติการณ์ ปัจจุบันมีกลุ่มปฏิบัติการหลักจาก 4 ประเทศที่มีบทบาทสำคัญ ได้แก่:

  • จีน: มุ่งเน้นการจารกรรมทรัพย์สินทางปัญญาและเทคโนโลยี เพื่อนำไปพัฒนาเศรษฐกิจและความแข็งแกร่งของประเทศตนเอง
  • รัสเซีย: เน้นปฏิบัติการสงครามข่าวสาร (Info War) และการทำลายล้างโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ
  • อิหร่าน: เน้นการสอดแนมภูมิภาคและการจารกรรมข้อมูลเพื่อตอบโต้มาตรการคว่ำบาตร
  • เกาหลีเหนือ: มุ่งเน้นการโจมตีเพื่อหารายได้เข้าประเทศ เช่น การเจาะระบบธนาคารและการขโมยสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency

3. กรณีศึกษาที่ส่งผลกระทบระดับโลก เพื่อให้เห็นภาพความรุนแรง วิทยากรได้ยกตัวอย่างเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้น

  • กรณี SolarWinds: แฮกเกอร์รัสเซียใช้วิธีโจมตีผ่านห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Attack) โดยฝังมัลแวร์มากับตัวอัปเดตซอฟต์แวร์ที่องค์กรเชื่อถือ ส่งผลกระทบต่อหน่วยงานกว่า 18,000 แห่งทั่วโลก
  • กรณี Ukraine Power Grid: การโจมตีโรงไฟฟ้าในยูเครนจนระบบล่ม ประชาชนกว่า 2 แสนคนไม่มีไฟฟ้าใช้ พร้อมทั้งโจมตีระบบ Call Center เพื่อตัดขาดการสื่อสาร
  • กรณี Stuxnet: มัลแวร์ตัวแรกของโลกที่ถูกสร้างมาเพื่อทำลายอุปกรณ์ทางกายภาพ โดยเจาะเข้าสู่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์อิหร่านผ่าน USB Drive แม้ระบบนั้นจะไม่ได้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตก็ตาม

สถานการณ์จำลอง: กรณีพิพาทตามแนวชายแดน

นอกจาการเรียนรู้ทฤษฎีแล้ว การสัมมนายังได้จำลองสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ลุกลามจากความขัดแย้งทางทหารสู่สงครามไซเบอร์ สรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้

1. รูปแบบการโจมตีที่พบ ฝ่ายตรงข้ามมีการระดมโจมตีทางไซเบอร์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเน้น 3 รูปแบบหลัก

  • DDoS Attack: การระดมส่งข้อมูลเพื่อให้เว็บไซต์หน่วยงานล่ม (พบมากกว่า 50% ของการโจมตีทั้งหมด)
  • Defacement: การเจาะระบบเพื่อเปลี่ยนหน้าเว็บไซต์ สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์
  • Credential Leak: การขโมยและปล่อยข้อมูลรหัสผ่านเจ้าหน้าที่สู่สาธารณะ

2. การปฏิบัติการของกองทัพเรือ ทร. ได้ยกระดับการป้องกันโดยจัดตั้งชุดปฏิบัติการเชิงรับ (CPT) และชุดปฏิบัติการเชิงรุก (CCMT) ตัวอย่างการปฏิบัติการที่น่าสนใจ เช่น:

  • การใช้ข้อมูลจาก Open Source (เช่น Google Street View) ร่วมกับการสแกนหาช่องโหว่ของกล้อง CCTV ฝั่งตรงข้าม เพื่อระบุพิกัดทางกายภาพ
  • การวิเคราะห์ เสาสัญญาณสื่อสาร (Signal Tower) ในพื้นที่ยุทธศาสตร์ เพื่อวางแผนตัดระบบการสื่อสารของฐานปฏิบัติการฝั่งตรงข้าม ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการทำงานร่วมกันระหว่างปฏิบัติการไซเบอร์และการข่าว (Humint)

บทสรุป

การสัมมนาในครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า “สงครามไซเบอร์” ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ได้จำกัดอยู่แค่หน้าจอคอมพิวเตอร์ แต่สามารถส่งผลกระทบต่อโลกกายภาพและความมั่นคงของชาติได้โดยตรง สิ่งสำคัญที่สุดคือการตระหนักรู้ของกำลังพลทุกนาย การรักษาความปลอดภัยบัญชีผู้ใช้งาน และการเปลี่ยนทัศนคติจากการ “ตั้งรับ” เป็นการ “ล่าเชิงรุก” (Threat Hunting) เพื่อให้เรารู้เท่าทันและเตรียมพร้อมรับมือภัยคุกคามในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ AdminTee / ผู้แทน สปช.ทร.


กลุ่ม Hacker APT ที่สำคัญ & สถานการณ์ด้านไซเบอร์กรณีพิพาทตามแนวชายแดน (19162 downloads )